ฟรีสำหรับการสัมมนาให้ข้อมูล เนื่องด้วยที่นั่งมีจำกัด
เลือกศูนย์TM บนแผนที่ ที่ด้านล่างของหน้าเพจนี้ เพื่อสำรองที่นั่งสำหรับคุณ
ทำไมจึงมีจำนวนคนมากมายที่เป็น หมอ นักวิทยาศาสตร์ และ รัฐบาลให้การสนับสนุน TM?
การฝึกจิตปรมัตถ์สมาธิ (TM) ได้รับการปฏิบัติมากที่สุด (มีผู้คนปฏิบัติ 6 ล้านคน) มีการทำวิจัยไว้อย่างกว้างขวางมากที่สุด (600 การศึกษาวิจัย) และจากผลการวิจัยดังกล่าว เป็นเทคนิคที่ให้การผ่อนคลายมากที่สุดในโลก
ในหน้าเพจนี้คุณจะพบว่าทำไมมันจึงมีประสิทธิภาพอย่างมาก:
การฝึกจิตที่แท้จริง เป็นเรื่องที่ง่าย สนุกสนาน และใครๆก็สามารถเรียนได้
การล่วงพ้น = การเป็นตัวตนของคุณเอง
TM ทำงานอย่างไร
การพักลึก: กุญแจเพื่อขจัดความเครียดที่ฝังรากลึก
ความเครียดลดลง: เป็นเพียงด้านหนึ่งของผลประโยชน์ ของการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์
ฟังการบรรยายเบื้องต้นฟรี คุณมี 90 นาทีเพื่อค้นหาว่าสิ่งต่างๆเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?
การฝึกจิตที่แท้จริงเป็นเรื่องที่ง่าย สนุกสนาน และใครๆก็สามารถเรียนได้
“ฉันพยายามที่จะฝึกสมาธิมาตลอด แต่ฉันก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ฉันจึงสรุปว่าฉันไม่มีความสามารถที่จะฝึกสมาธิได้… แต่เมื่อฉันได้เรียน TM มันเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่ฉันเคยทำมาก่อน… และฉันได้จัดให้สมาชิกทั้งหมดในครอบครัวของฉันได้เรียน”คาเมรอน ดิแอซ
การฝึกจิตปรมัตถ์สมาธิเป็นเรื่องที่ง่าย ใครๆก็สามารถที่จะเรียนเทคนิคนี้ได้ เพียงไม่กี่ครั้งจากการเรียนในช่วงเย็น มันไม่ได้ใช้ความพยายามใดเลย และมันมีความสนุกสนานในการปฏิบัติ และผลลัพธ์ของมันมักจะสังเกตได้จากการนั่งปฏิบัติในครั้งแรกๆเพียงไม่กี่ครั้ง .
การฝึกจิตปรมัตถ์สมาธิเป็นสิ่งที่ง่ายเพราะว่ามันมีความแตกต่างในระดับพื้นฐานจากเทคนิคการปฏิบัติสมาธิแบบอื่นๆ. ผู้คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจคำว่า “การฝึกสมาธิ” ว่าเป็นรูปแบบบางอย่างที่ต้องควบคุมจิตของเรา และมักจะต้องอาศัยวิธีการบางอย่างใน การเพ่ง การจดจ่ออยู่กับบางสิ่ง (กับ เสียง, ลมหายใจ, หรือ ให้อยู่กับปัจจุบัน) พร้อมกับเป้าหมายที่ตั้งไว้เพื่อเข้าถึงความเงียบสงบบ้าง หรือความผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ด้วยการเพ่ง มีแนวโน้มที่จะต้องได้รับการฝึกฝนและมีกฏเกณฑ์ที่มากมาย และมักจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีความสนุกสนานใดๆ เพราะมันเป็นความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมชาติของการที่จิตถูกบังคับและถูกควบคุม
การฝึกจิตปรมัตถ์สมาธิ ได้รับการค้นพบอีกครั้งหนึ่งเมื่อ 60 ปีที่แล้ว เมื่อนักวิทยาศาสตร์หนุ่มชาวอินเดียท่านหนึ่งที่ชื่อ มหาริชี มเหช โยคี ได้ค้นพบว่าการฝึกสมาธิที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่ด้วยการควบคุมบังคับจิตอีกต่อไปแล้ว ท่านได้พัฒนาวิธีการหนึ่งในการฝึกฝนผู้คนให้เกิดการทำงานด้วยกระบวนการหนึ่ง ช่วยการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการที่เป็นธรรมชาติ ทำให้จิตได้เข้าสู่สภาวะที่เงียบสงบภายในที่สมบูรณ์ด้วยตัวของมันเอง โดยไม่ได้ใช้ความพยายามใดๆ และส่วนด้านล่างจากนี้เราได้อธิบายว่ามันทำงานได้อย่างไร
การล่วงพ้น = การกลับสู่ตัวตนของคุณ
เมื่อจิตล่วงพ้นสภาวะที่ละเอียดอ่อนที่สุดของความคิดและเข้าสู่สภาวะหนึ่งที่เงียบสงบอย่างสมบูรณ์ภายใน และนี่เองที่เป็นแก่นแท้ของสภาวะนั้นที่เหมือนกับการได้กลับบ้าน กลับไปเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณเอง When the mind transcends the finest stages of thought and reaches a state of complete inner silence, then this is essentially a state of coming back home, to your true self.
ปกติความสนใจของเราจะมุ่งออกสู่ภายนอก ไปยังสิ่งที่เรามองดู กระทำ หรือคิด ความสนใจนั้นจะมุ่งไปสู่ภายนอก ออกจากตัวของเรา ตัวอักษร “ฉัน” นั้นได้สูญเสียความเป็นตัวฉันเอง ในโลกรอบๆตัวฉัน


อย่างไรก็ตาม ถ้าเราสามารถนำจิตที่อยู่ในสภาวะที่นิ่งเงียบสงบบริสุทธินั้น (ไม่มีการรับรู้ ไม่มีการกระทำ และไม่มีความคิด) ดังนั้นความสนใจของเราจะสามารถกลับคืนสู่ “การเป็น” ตัวตนของเราเองอย่างแท้จริง
โดยความจริงแล้ว การได้กลับมาเป็นตัวตนที่แท้ของตัวคุณเองนั้น เป็นประสบการณ์ที่ทรงพลัง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์ ในเกือบทุกๆด้านของชีวิต ดังเช่นวิดีโอที่แสดงไว้ในช่วงต้นนั้น น่าเสียดายที่ผู้คนส่วนใหญ่ ที่ตลอดทั้งชีวิตก็ไม่เคยมีประสบการณ์ที่ว่านี้ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะนำจิตของเขาไปสู่สภาวะนั้นได้อย่างไร
ว่าแต่เรานำจิตไปสู่สภาวะที่เงียบสงบอันบริสุทธิ์ได้อย่างไร ? การไม่เห็นหรือ ไม่ทำสิ่งใดเป็นเรื่องที่ง่าย เพียงการนั่งบนเก้าอี้ และหลับตา แต่ว่าเราจะต้องทำอย่างไรที่จะไม่ให้มีความคิด? เราไม่สามารถที่จะบังคับจิตไม่ให้คิด ยิ่งเราพยายามที่จะไม่คิด ในสภาพความเป็นจริงเรากลับจะยิ่งคิดมากขึ้นไปอีก .
เคล็ดลับคือการไม่ใช้ความพยายาม เพียงแต่ยอมให้มันเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ การเป็นตัวตนของตัวเองเป็นสภาวะหนึ่งของจิตที่กลับไปยังบ้าน และการได้กลับบ้านเป็นสภาวะที่น่าสนุกสนานมากที่สุด ในความเป็นจริงแล้ว จิตของเราถูกโปรแกรมไว้แล้วในพันธุกรรมที่จะกลับบ้าน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปควบคุม จิตจะไปที่นั่นด้วยตัวของมันเองเพียงขอให้มีโอกาสเท่านั้น. การฝึกจิตที่แท้จริงเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่คุณได้เคยกระทำมา มันเป็นเพราะ มนุษยชาติที่ผ่านมาทำให้มันเป็นเรื่องยาก โดยไปบิดเบือนกระบวนการที่เป็นธรรมชาติ
TM ทำงานอย่างไร ?
สิ่งมีชีวิตที่เป็นมนุษย์จำนวนกว่า 8 พันล้านคนบนดาวเคราะห์ดวงนี้ล้วนมีความแตกต่างกัน แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เราต่างมีเหมือนกัน คือเราต่างต้องการมีความสุข ความสุขเป็นเหมือนแรงโน้มถ่วงของจิต และจิตจะดำดิ่งอย่างเป็นไปเองไปสู่ประสบการณ์ที่เป็นความสนุกสนานใดๆ สภาวะการเป็นตัวตนของตัวเอง – การได้กลับบ้าน เป็นสภาวะที่น่าสนุกสนานมากที่สุดสำหรับจิต และจิตจะถูกดึงไปสู่ประสบการณ์นี้มากกว่าสิ่งอื่นใดอีก
สิ่งที่เราต้องการทำทั้งหมดก็คือวางจิตในทิศทางที่ถูกต้องและจากนั้นคือยอมให้กระบวนการที่เป็นธรรมชาติดำเนินต่อไป (ซึ่งหมายถึงว่าเราจะไม่พยายามที่จะควบคุมหรือกำหนดเพื่อบังคับจิต) ตรงนี้จึงจำเป็นที่ต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะและหลักสูตรพิเศษเพื่อที่จะเรียนรู้ถึงมัน แต่เมื่อได้รับการสอนเทคนิค TM อย่างถูกต้องแล้ว มีอยู่เพียงสองสิ่งเท่านั้นที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้มันทำงาน:
1. คุณสามารถนึกถึงความคิด
2. จิตของคุณกำลังมองหาความสุข
ดังนั้นถ้าคุณไม่ใช่คนๆเดียวในโลกนี้ ที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความคิดที่ว่า “ฉันหวังว่าฉันกำลังจะไม่มีความสุข จริงๆ เลยในวันนี้” คุณจะสามารถมั่นใจได้เลยว่าเทคนิค TM จะทำงานได้ผล แม้ว่าผู้คนที่มีสภาพจิตที่ยุ่งเหยิงมากที่สุด คนที่คิดว่าเขาไม่เคยสามารถที่จะสงบจิตใจของเขาได้ มักจะมีประสบการณ์ถึงความเงียบที่ลึกซึ้ง และความสุขภายใน เพียงการได้นั่งฝึกในครั้งแรกๆไม่กี่ครั้ง หลังจากได้เรียเทคนิคTM

สภาวะของความสุขภายในที่เกิดขึ้นระหว่างการฝึกปรมัตถ์สมาธิ หรือ เทคนิค TM สามารถที่จะพิสูจน์ยืนยันทางวัตถุได้ มีการศึกษาหลายเรื่องที่มีนัยสำคัญ (50%) เกิดการเพิ่มขึ้นของ เซโรโทนิน เมตทาโบไลท์ 5-HIAA หลังจาก 20 นาทีของการปฏิบัติ TM. เซโรโทนิน เป็นฮอร์โมนความสุขของเรา และเซโรโทนินที่มีปริมาณน้อยมากมีความสัมพันธ์กับสภาวะวิตกกังวล โรคนอนไม่หลับ ไมเกรน ความไม่สมดุลย์ของอารมณ์ การติดยาเสพติด เป็นต้น แม้จะเป็นช่วงก่อนที่พวกเขาปฏิบัติ TM ระดับที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ฝึก TM จะมีค่าสูงกว่าถึงสองเท่าเทียบกับกลุ่มควบคุม แสดงให้เห็นถึง การเพิ่มขึ้นอย่างถาวรในระยะยาว อ้างอิง. BUJATI,M.,และ RIEDERER,P ในเทคนิคการฝึกปรมัตถ์สมาธิ TM จากวารสาร การสื่อของเซลประสาท 39: 257-267,1976
“สิ่งที่ชนะใจผมได้อย่างแท้จริงเกี่ยวกับTM ก็คือ ความมีประสิทธิผลของมัน ไม่มีการฝึกจิตแบบอื่นใดที่ผมได้ทดลองทำมา จะมีผลทำให้จิตของผมได้สงบลง และช่วยให้ผมได้มาถึงจุดที่มีความสงบมาก สามารถรวมศูนย์ไว้ได้ เป็นหนึ่งในหลายสิ่งที่ทำให้มันมีประสิทธิผล นั่นก็คือคุณไม่ต้องทำอะไรมากมาย เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่มีนิสัยค่อนข้างจะขี้เกียจแบบสุดๆ ผมชอบมันจริงๆนะ”โมบี นักดนตรี
เข้าร่วมการสัมมนาเพื่อให้ข้อมูลฟรี เกี่ยวกับการฝึกปรมัตถ์สมาธิ หรือ เทคนิค TM ที่ ใน . จำนวนที่นั่งมีจำกัด สำรองที่นั่งของคุณได้โดยผ่านแบบฟอร์มที่อยู่ด้านล่างของเพจนี้
การพักลึกถอนรากของความเครียดในระดับลึก
ลองจินตนาการดูว่าความเครียดก็เปรียบเหมือนเรามีกระเป๋าสะพานหลังใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยก้อนหิน ที่คุณต้องแบกมันไปกับคุณตลอดเวลา ตลอดชีวิตของเรานั้นเราได้สะสมความเครียดต่างๆเอาไว้กับร่างกายของเรา ถ้าความเครียดนั้นมีความรุนแรง คุณจะรู้สึกถึงมันอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น ความรู้สึกของเงื่อนปมที่อยู่ในใจ หลังจากที่คุณได้มีการต่อสู้กับใครสักคน
ช่างโชคดี ที่ในระหว่างการพัก ร่างกายได้นำหินเหล่านี้ออกไปอีกอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ลดภาระของน้ำหนักบนไหล่ให้เบาลง นี่คือเหตุผลว่าทำไมเมื่อเรานอนหลับ จึงไปขจัดความเครียดที่สะสมจากวันที่ผ่านมา ดังนั้นเราจึงสามารถเริ่มวันใหม่ที่สดใสได้
แต่ปัญหาก็ยังมีอยู่ว่าการนอนหลับนั้นดูหมือนว่าจะไม่ลึกซึ้งเพียงพอ เหมือนกับใครที่มีเงื่อนปมในใจจะเข้าใจดี ในเช้าวันถัดไปปมนั้นอาจจะลดความเข้มข้นไปบ้าง แต่มันก็ยังคงอยู่ที่นั่น นี่ก็อาจเป็นไปได้ที่จะเป็นหินก้อนหนึ่งที่เราจะต้องแบกเอาไว้ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่
ในที่สุด ถ้าหากกระเป๋าสัมภาระนั้นมีน้ำหนักมากเกินไป มันจะเริ่มส่งผลต่อสุขภาพของเรา ความเป็นอยู่ดีของสภาพจิตของเรา ความสัมพันธ์ของเรา ความเชื่อมั่นของเรา และ มีงานวิจัย ในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า แม้สมองของเราจะมีพัฒนาการ …โดยพื้นฐานกับทุกๆสิ่ง การนอนหลับก็ยังไม่เพียงพอ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมคัมภีร์โบราณจึงได้แนะนำไว้ว่า นอกจากการนอนหลับแล้ว เรายังมีความจำเป็นที่จะต้องมีประสบการณ์ของการล่วงพ้น เพื่อกลับเข้าสู่ตัวตนของเราเอง เพราะมันจะทำให้เกิดสภาวะการพักลึกที่มากกว่าการนอนหลับ
การนอนหลับเป็นกระบวนการหนึ่งที่จิตไม่มีความรู้ตัว โดยร่างกายจะค่อยๆมีประสบการณ์ของการพักที่ลึกซึ้งดังแสดงในกราฟด้านล่าง ระหว่างปฏิบัติ TM ในอีกด้านหนึ่ง จิตเข้าสู่ภายในอย่างรู้ตัว และยอมให้จิตดึงดูดเข้าสู่สภาวะที่เงียบสงบภายใน คือถ้ายอมปล่อย จิตจะกระทำด้วยความรวดเร็ว กระบวนการนี้จะยังช่วยดึงให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะหนึ่งของการพักที่ลึก โดยลึกซึ้งมากเกินกว่าการนอนหลับปกติของเรา

กราฟนี้มาจากโรงเรียนการแพทย์แห่งฮาร์วาร์ด การศึกษาวิจัยได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระหว่างปฏิบัติ TM นั้น ร่างกายจะเข้าสู่สภาวะของการพักลึกอย่างทันที ในขณะที่เราต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าที่ร่างกายจะเข้าสู่การพักที่ลึกที่สุดด้วยการนอนหลับ (สภาวะของการพักวัดจากการลดลงของออกซิเจนที่ถูกใช้ไป) อ้างอิง Science Vol.167 no. 3926 pp. 1751-1754 1970 มีงานศึกษามากกว่า 300 ผลงาน ทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน ที่ยืนยันถึงสภาวะของการพักที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติ TM Ref. American Psychologist, 1987, 42:879-881
“ไม่มีอีกแล้ว สำหรับเทคนิคการจัดการความเครียดแบบอื่นใด ที่จะให้ผลได้เข้าใกล้กับปริมาณข้อมูลที่ได้จาก เทคนิคTM ที่ส่งผลให้เกิดความสงบเพื่อขจัดความเครียด”นอร์แมนน์ โรเซนเทล, MD, U.S สถาบันระดับชาติเพื่อสุขภาพทางจิต
การพักลึกนี้จะยอมให้ร่างกายขจัดความเครียดที่แม้จะมีรากที่หยั่งลึกมากที่สุด คนเรามีอานุภาพมากเกินกว่าที่เราคิดในการเยียวยารักษาตัวของเราเอง ทั้งหมดที่เราต้องทำก็คือการกระตุ้นพลังการเยียวยารักษาภายในของเรา
ผลของกระบวนการเยียวยารักษาตนเองที่เราสามารถกระตุ้นด้วยเทคนิคTM จะสามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจนที่สุด ก็สำหรับบุคคลที่มีความต้องการใช้มันอย่างมากที่สุด “โรคความผิดปกติที่เกิดจากความเครียดที่รุนแรงหลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง” The Post Traumatic Stress Disorders เขียนย่อเป็น (PTSD) โรคที่เกิดขึ้นกับบรรดาทหารผ่านศึก โดยทั่วไปพิจารณาไว้แล้วว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ในระยะเวลา15 ปีกว่าที่ผ่านมา มีจำนวนทหารอเมริกันได้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายที่บ้านมากกว่าที่เสียชีวิตในสนามรบที่อิรักและอัฟกานิสถานรวมกัน และทั้งหมดนั้นก็ยังมีสิ่งที่น่าประหลาดใจมาก กว่า คือมีการศึกษาวิจัยกับบรรดาทหารผ่านศึกจากสงครามในอิรัก พบว่ามีการลดลงถึง 50% ของผู้ป่วยในกลุ่ม PTSD และภาวะซึมเศร้า หลังจากเพียง 8 สัปดาห์ด้วยการฝึกปรมัตถ์สมาธิ (TM) อ้างอิง. หน่วยแพทย์ทางทหาร มิถุนายน 2011 ผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นที่น่าประทับใจมากจนรายการของสถานี CNN ได้นำเสนอไว้ในรายงานหนึ่งเนื่องในวันทหารผ่านศึกของคนอเมริกัน (ชมวิดีโอCNN video) และกองทัพของสหรัฐ ในปัจจุบันได้ให้การสนับสนุนการฝึกปรมัตถ์สมาธิ (TM) ให้กับทหารทุกคน อ้างอิง. http://www.army.mil/article/139778/
ในการศึกษาวิจัยที่คล้ายกันชุดหนึ่งที่ทำกับทหารผ่านศึกของสงครามเวียดนามเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในกลุ่มผู้ฝึกจิต TM พบได้ถึงการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ (การลดลงของ PTSD, ความวิตกกังวล, ภาวะซึมเศร้า, โรคนอนไม่หลับ, พิษสุราเรื้อรัง และการปรับปรุงความต้านทานของความเครียด) โดยหลังจากเพียง 3 เดือนของการปฏิบัติ 70% ของทหารผ่านศึกไม่ต้องอาศัยการรักษาใดๆเพิ่มเติมอีก แต่สำหรับกลุ่มควบคุมที่ได้รับการบำบัดทางจิตแบบมาตรฐาน ไม่แสดงถึงการปรับปรุง อ้างอิง. วารสารของการให้คำปรึกษาและการพัฒนา 64: 212-215, 1985

ทหารผ่านศึกจำนวนมาก มีปัญหาที่ลึกมากโดยลึกเกินกว่า ส่วนที่มากที่สุด ถ้าหาก TM สามารถช่วยเหลือพวกเขา มีจุดอื่นใดอีกบ้างที่วิธีการแบบอื่นมีข้อจำกัดในความสำเร็จ หรือล้มเหลว – มันสามารถเป็นไปได้ที่จะช่วยเหลือเรื่องอื่นใดได้อีก
ความเครียดเป็นรากของสาเหตุ 90%ของโรคทั้งหมด ดังนั้นการสอนให้ผู้คนได้รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อขจัดความเครียดของเขา เป็นหัวใจสำคัญในการสอนให้พวกเขาได้ป้องกันโรคภัย นี่คือเหตุผลว่าทำไมหมอจำนวนมากมายในปัจจุบันจึงได้แนะนำการฝึกปรมัตถ์สมาธิ (TM) ให้กับคนไข้ของพวกเขา
“สิ่งมหัศจรรย์เกี่ยวกับการฝึกปรมัตถ์สมาธิ (TM) ก็คือการที่มีผลการวิจัยที่ทำไว้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าเป็นเทคนิคที่ส่งผลกับสิ่งต่างๆที่เราไม่คิดเลยว่ามันจะเปลี่ยนแปลงได้”ดร. ออซ (Oz)
การขจัดความเครียด: เป็นเพียงประโยชน์ด้านหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์
“ ฉันเรียกวิธีการของฉันว่า การฝึกสมาธิ แต่ความจริงมันเป็นเทคนิคหนึ่งของการค้นพบตนเอง มันทำให้คนๆหนึ่งดำดิ่งสู่ภายในเบื้องลึกที่สุด ไปถึงตัวตนของเขา เป็นที่อยู่ของหัวใจหลักสำคัญของชีวิตและเป็นแหล่งของภูมิปัญญาและความสร้างสรรค์ทั้งหมด สันติสุข และความสุขทั้งมวล “มหาริชี มเหชโยคี ผู้ค้นพบการฝึกปรมัตถ์สมาธิ หรือ เทคนิค TM
คัมภีร์โบราณได้กล่าวไว้ว่าการมีประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอใน “การล่วงพ้น (Transcending)” ถึงสภาพที่ละเอียดอ่อนที่สุดของความคิดและ กลับสู่ตัวตนของคุณเองว่าเป็นสาระสำคัญอย่างไร มันไม่ใช่เพียงการขจัดความเครียด และปรับปรุงให้มีความสุข แต่เพื่อการพัฒนาอย่างเต็มที่ของเรา ในฐานะความเป็นมนุษย์ งานศึกษาวิจัยกว่า 600 ชิ้น และการประยุกต์ทางวิทยาศาสตร์กว่า 350 ชิ้น เป็นการยืนยันได้ว่า การฝึกปรมัตถ์สมาธิ หรือ TM ไม่เพียงแต่ปรับปรุงสุขภาพของเรา และการเป็นอยู่ที่ดี แต่ยังได้ปรับปรุงการทำงานของสมองของเราด้วย ส่งผลให้เกิดขึ้นใน:
- มีความมั่นคงทางอารมณ์มากขึ้น
- มีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น
- มีพลังงานเพิ่มขึ้น
- มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
- ปรับปรุงความสร้างสรรค์และภูมิปัญญา
- ปรับปรุงความจำและสมาธิ
ฉันจะเรียนได้อย่างไร ?
การฝึกปรมัตถ์สมาธิ หรือ เทคนิค TM จะได้รับการสอนส่วนบุคคล จากครูระดับมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรม โดยเขาสามารถที่จะนำพาให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ของการล่วงพ้น ในทิศทางที่เป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์
เทคนิคนี้ได้รับการสอนอย่างเป็นขั้นตอนในระหว่างการประชุมติดต่อกันสี่ครั้ง และยังได้รับการติดตามให้การสนับสนุนในรายละเอียด และโปรแกรมติดตามผลตลอดอีกหกเดือน เพื่อให้มั่นใจถึงการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ในขั้นตอนแรก อย่างไรก็ตาม ก็เพียงเข้าร่วมฟรีกับการสัมมนาในการให้ข้อมูลเบื้องต้น
คุณมีเวลา 90 นาที ที่จะค้นพบว่าทุกสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าเทคนิคหนึ่งที่ง่ายสามารถทำให้เกิดผลประโยชน์มากมายได้อย่างไร เพียงลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการสัมมนาเพื่อให้ข้อมูลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่จัดขึ้นในทุกประเทศ เพียงให้รายละเอียดในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ หรือเลือกเมืองที่ใกล้ที่สุดบนแผนที่ด้านล่างนี้ คุณก็จะสามารถ:
- พบกับครู TM ที่ผ่านเกณฑ์
- เรียนรู้ผลประโยชน์ทั้งหมด ที่ 20 นาที สองครั้งต่อวัน สามารถขจัดความเครียด การพัฒนาสมอง ความเชื่อมั่นในตัวเอง ความสัมพันธ์ เป็นต้น
- ถามคำถามใดๆที่คุณมี
- กำหนดตารางการเรียนคอร์ส
ผู้ปฏิบัติTMที่สำเร็จพูดอะไรไว้บ้าง
ฮิวจ์ แจ็คแมน
โอปราห์ วินฟรีย์
เดวิด ลินซ์
พอลแม็กคาร์ทนีย์
คลินต์ อีสด์วุด
วิลเลียม เฮก
เคที เพอร์รี่
จอร์จ ลูคัส
เจอร์รี เซ็นเฟลด์
โมบี
กวินเน็ธ พัลโทรว์
มาร์ติน สกอร์เซซี
เอลเลน ดีเจนเนอริส
รูเพิรต์ เมอร์ด็อก
ดร.ออซ
จิลมา รูเซฟ
ผู้คนพูดอะไรกันไว้
ฉันเคยฝึกสมาธิมามากมายหลายแบบ แต่มีบางอย่างที่ฉันรู้สึกเสมอว่ามันไม่ถูกต้อง มันขาดบางอย่างไป ฉันรู้สึกไม่พึงพอใจ แต่เมื่อฉันฝึกTM มันเหมือนกับว่าฉันได้กลับมายังบ้านของฉัน และในที่สุดฉันก็ได้พบกับสิ่งฉันเฝ้าที่มองหา
นีนา
เทคนิคนี้ความจริงก็คือวิธีหนึ่ง
ผมฝึกTM มาจนถึงปัจจุบันก็นานถึง30ปี และสุขภาพโดยทั่วไปของผมก็ดีเยี่ยม เมื่อเปรียบเทียบกับคนรุ่นเดียวกับผม ไม่เพียงแต่มันทำให้ความสร้างสรรค์ของผมเติบโตอย่างน่าทึ่งแล้ว แต่ยังทำให้ความสามารถของผมที่ต้องทำงานร่วมกับทีมพนักงานของผม และผู้แสดง ในแนวทางที่ดลใจและเร้าใจ
ผมยังรู้สึกประหลาดใจกับพื้นฐานในแต่ละวัน ที่เห็นถึงความง่าย และความเป็นธรรมชาติของเทคนิคที่สามารถทำให้เกิดผลประโยชน์ในทางบวกมากมาย และมันยังเป็นเรื่องดีที่จะปฏิบัติเทคนิคนี้
วิลลี่



